วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560

หลอดไฟในบ้าน

หลอดไฟในบ้าน

ตอนกลางวันมีความสว่างจากด้วยพระอาทิตย์ที่ถึงแม้ว่ามันจะแร๊งแรงๆๆๆ ร้อนขึ้นทุกวัน แต่เมื่อยามพระอาทิตย์อัสดงแลลับขอบฟ้า ความมืดมน เป็นสิ่งที่ทำให้เรากลัวและต้องหยุดกิจกรรมต่างๆ เนื่องจากไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราได้ ดังนั้นแสงสว่างจากหลอดไฟฟ้าจึงได้เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณกำลังจะสร้างที่อยู่อาศัย ซื้อคอนโดหัวหิน ต่อเติมบริเวณพื้นที่ที่ต้องการความสว่างมากขึ้น ปัญหาที่ตามมาคือ เราไม่ใช่ช่างไฟฟ้านี้แล้วจะทำอย่างไร ในวันนี้เรามีเกร็ดเล็กๆ มาแนะนำเป็นความรู้ในเรื่องของ หลอดไฟในบ้าน เป็นสิ่งง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้
หลอดไฟในบ้าน


หลอดไฟในบ้าน ควรใช้กี่วัตต์ 

- หลอดฟลูออเรสเซนต์ (fluorescent tube) หรือเรียก หลอดนีออน (neon lamp) หรือแบบวงกลม ควรใช้ขนาด 18 วัตต์ ขึ้นไป เปล่งแสงสีขาวนวล สีคูลไวท์ (Cool white)หรือ เปล่งแสงสีขาวฟ้า สีเดย์ไลท์ (Day light ใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติตอนกลางวัน) ควรติดอย่างน้อย 2 หลอด เพื่อเพิ่มช่วงการกระพริบของแสงให้ถี่ขึ้น ในบริเวณที่ต้องการแสงมาก เช่น ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เป็นต้น และสามารถติดหลอดไฟเพียงหลอดเดียวในพื้นที่เล็กๆ เช่น ห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ บริเวณนอกบ้าน โรงจอดรถ เป็นต้น ข้อเสีย ต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์ บัลลาสต์(Ballast) และ สตาร์ทเตอร์(Starter)

- หลอดคอมแพคท์ฟลูออเรสเซนต์ (Compact Fluorescent Lamp, CFL) หรือหลอดตะเกียบ  โดยส่วนใหญ่จะเป็นขั้วแบบหมุนเกลียว มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 7 วัตต์ ขึ้นไป นิยมใช้กับโคมไฟแบบเจาะบนฟ้า ไฟดาวน์ไลท์ โคมไฟนอกบ้าน ห้องน้ำ เป็นต้น

- หลอดไฟ LED (Light Emitting Diode) ในปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมมาขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากให้แสงสว่างที่ใกล้เคียงกับหลอดฟลูออเรสเซนต์ แต่กินไฟน้อยกว่า สามารถต่อตรงกับไฟบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ บัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์ หากเป็นหลอดเกลียวสามารถนำมาใช้เปลี่ยนหลอดไฟแบบเดิมได้ทันที
หลอดไฟในบ้าน แบบ LED


หลอดไฟในบ้าน ควรใช้แสงสีอะไร

หลอดไฟในบ้าน ควรใช้แสงสี สีเดย์ไลท์ (Day light) ที่จะให้ความสว่างใกล้เคียงเวลากลางวัน ส่วนบริเวณรอบนอกของบ้านสามารถใช้แสงสีคูลไวท์ (Cool white) หรือ สีวอร์มไวท์ (Warm white) ให้แสงสีแดงออกโทนส้ม เพื่อความสวยงามได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น